เรียนกฎหมายแล้วไปทำอะไรได้บ้าง แล้วก็ผู้เรียนควรมีคุณสมบัติอะไร

ราชการ ถ้าเป็นสายตรง ก็เรียนแล้วไปเป็นผู้พิพากษาอัยการ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีเกียรติ รายได้ดี แต่ก็เป็นอาชีพที่เป็นได้ยากมากที่สุด เพราะเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องไปสอบเนติบัณฑิต ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้สอบผ่านประมาณ 7% (พันกว่าคนจากคนสอบประมาณเจ็ดหมื่น) แล้วเมื่อได้เนแล้ว ก็จะต้องรอให้อายุครบยี่สิบห้า พร้อมกับมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการตุลาการกำหนด เช่นเคยว่าความมาแล้วกี่คดี เรียนปริญญาโทมาแล้วกี่ปีวิชาอะไรบ้าง (ต้องเช็คกันเป็นรายปี เพราะกฎตรงนี้เปลี่ยนอยู่เสมอ) ก็ไปสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา หรืออัยการผู้ช่วย ได้ ซึ่งตรงนี้ คนที่จะสอบได้จะมีประมาณ 1-3% ของคนที่ผ่านเนแล้ว เรียกได้ว่ากว่าจะเป็นได้นี่เลือดตาแทบกระเด็น

คุณสมบัติของคนที่จะเป็นผู้พิพากษา อัยการได้ จะต้องเป็นคนที่มีความจำดี แม่นตัวบท แล้วก็ขยัน เพราะต้องสอบเยอะมาก แล้วก็ต้องเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่นมั่นคง ไม่หูเบา สมถะไม่ออกงานสังคมจนเกินงาม แล้วที่สำคัญก็คือต้องพร้อมที่จะออกไปอยู่ต่างจังหวัดที่ละสามสี่ปี


ราชการสายอื่นๆ ถ้าในสายงานยุติธรรม ก็เช่นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานคุมประพฤติ ข้าราชการสำนักงานกฤษฎีกา (ที่ปรึกษากฎหมายและมือร่างกฎหมายของรัฐบาล) แล้วก็ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในสายอื่นๆ ก็เช่น นิติกรกระทรวง เจ้าพนักงานสรรพากร ศุลกากร นายทหารฝ่ายพระธรรมนูญ เยอะแยะ

อีกงานหนึ่งที่จะเป็นได้ คือเป็นทูตค่ะ ยิ่งจบกฎหมายระหว่างประเทศมา โอกาสรุ่งเยอะมาก เพื่อนๆ ที่จบ IR บ่นกันเป็นแถว ว่าเดี๋ยวนี้จะไม่มีอะไรกินแล้ว เพราะนิติ กับ เศรษฐ์ศาสตร์ แย่งงานกระทรวงต่างประเทศไปหมด ทูตสมัยนี้รู้แต่รัฐศาสตร์ไม่ได้ ต้อง specialized สาขาอื่นด้วย

ส่วนสายการเมืองและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น คนจบกฎหมายจะเป็นนักการเมืองได้ง่าย เพราะเข้าใจระบบการเมืองได้ดี และส่วนใหญ่ก็มักจะพูดจูงใจเก่ง ซึ่งเป็น Skill สำคัญของนักกฎหมาย ตอนนี้อีกงานหนึ่งที่กำลังนิยมคือการไปเป็นเจ้าพนักงานให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่น พวกนี้ต้องใช้กฎหมายท้องถิ่นในการบริหารองค์กร ถ้าจบกฎหมายแล้วไม่เลือกงาน ยังไงก็มีงานทำ

และสายเอกชน ถ้าตรงๆ ก็คือทำงานเป็นทนายในสำนักงานกฎหมาย หรือถ้าของฝรั่งก็เรียกว่า Law Firm ใครถนัดอะไรก็ไปทำ บางคนถนัดว่าความ บางคนถนัดร่างสัญญา บางคนถนัดเป็นที่ปรึกษา งานสำนักงานกฎหมายส่วนใหญ่จะทำงานหนักมาก เข้าแปดโมง ออกตีหนึ่งตีสอง เสาร์อาทิตย์บางทีก็ต้องไปทำ รายได้ก็แล้วแต่ว่าคุณมีความสามารถแค่ไหน ภาษาอังกฤษดีแค่ไหน อยู่สำนักงานใหญ่หรือสำนักงานเล็ก บางคนอาจจะได้ไม่ถึงหมื่น พาร์ทเนอเก่งๆ ระดับประเทศบางคนได้หลายสิบล้านต่อเดือน คูณสมบัติที่สำคัญสำหรับการจะทำงาน Law Firm คือ มีไหวพริบดี หัวไว จิตใจเข้มแข็ง ทนสังคมที่มีการแข่งขันสูงในที่ทำงานได้ ภาษาอังกฤษดี ควรจบโทต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งใบ แล้วก็อึด พร้อมที่จะมีชีวิตส่วนตัวนอกที่ทำงานน้อยมากๆ

ถ้าไม่ใช่สำนักงานกฎหมาย ก็เป็นที่ปรึกษากฎหมายในบริษัทต่างๆ งานก็คล้ายๆ กับเป็นที่ปรึกษากฎหมายในสำนักงาน เพียงแต่งานอาจจะเป็นเฉพาะด้านมากกว่าและไม่หนักเท่า รายได้ก็พอสมควร

แต่ถ้าจะไม่ทำงานกฎหมายเลย เรียนกฎหมายก็มีประโยชน์ ไปทำธุรกิจของตัวเองก็ได้ รู้กฎหมายจะได้ไม่โดนโกง ยังไงประชาชนทุกคนก็ควรรู้กฎหมายระดับหนึ่ง เพราะมีหลักสำคัญว่าการไม่รู้กฎหมายไม่ใช่เป็นข้อแก้ตัว ถ้าคุณรู้มากกว่าคนอื่นคุณก็ได้เปรียบ

edit @ 24 Apr 2009 23:31:32 by [P][o][N][g][i][T][a]

edit @ 24 Apr 2009 23:32:19 by [P][o][N][g][i][T][a]

1) จุฬ่าลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อหลักสูตร

หลักสูตรปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต Master's Degree Program in Laws

การรับนิสิต

คุณสมบัติผู้เข้าศึกษา

1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตทางนิติศาสตร์

2. สำหรับนิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปี 4 และคาดว่าจะจบในปีการศึกษาที่รับสมัครต้องมีหนังสือรับรองจากมหาวิทยาลัย

การคัดเลือกผู้เข้าศึกษา

1. สอบความรู้พื้นฐานทางนิติศาสตร์

2. สอบความรู้เฉพาะหมวดวิชา

3. สอบสัมภาษณ์

ระยะเวลาการศึกษา

ไม่ต่ำกว่า 4 ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่าและไม่เกิน 8 ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่านับจากวันเปิดภาคการศึกษาแรกที่รับเข้าศึกษา

การจัดการเรียนการสอน

ภาควิชานิติศาสตร์ จัดการเรียนการสอนในวันธรรมดานอกเวลาราชการตั้งแต่เวลา 17.00 น. และวันเสาร์ เวลา 09.00 - 16.30 น. นอกจากนี้ในกรณีจำเป็น ภาควิชานิติศาสตร์อาจจัดสอนในวันเสาร์ หลัง 16.30 น. และในวันอาทิตย์ได้

โครงสร้างหลักสูตร

จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 48 หน่วยกิต

จำนวนหน่วยกิตวิชาเรียน (Course work) 39 หน่วยกิต

- จำนวนหน่วยกิตวิชาบังคับทั่วไป 9 หน่วยกิต

- จำนวนหน่วยกิตวิชาบังคับเฉพาะหมวดวิชา 6 หน่วยกิต

- จำนวนหน่วยกิตวิชาเลือกเฉพาะหมวดวิชา 12 หน่วยกิต

- จำนวนหน่วยกิตวิชาเลือกเสรี 12 หน่วยกิต

จำนวนหน่วยกิตวิทยานิพนธ์ 9 หน่วยกิต

รวมหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 48 หน่วยกิต

 

 รายละเอียดเพิ่มเติม ปริญญาโท คณะนิติศ่าสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

http://www.law.chula.ac.th/

 

 2) ม. ธรรมศาสตร์

ชื่อหลักสูตร

หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต   Master of Laws

คุณสมบัติของสมัคร

1. เป็นผู้ได้รับปริญญาตรีสายนิติศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาในหรือต่างประเทศ

ซึ่งสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้การรับรอง ผู้ที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ก็มีสิทธิ์สมัครสอบได้ แต่ต้องสำเร็จปริญญาตรีก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา

2. ต้องมีผลการสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดสอบ (TU-GET)

หรือผลสอบ TOEFL หรือ IELTS โดยไม่มีกำหนดคะแนนขั้นต่ำ แต่ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาผลการสอบข้อเขียน ทั้งนี้ ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องได้มาไม่เกิน 2 ปี

การคัดเลือก

ผู้สมัครต้องผ่านการสอบคัดเลือกตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และคณะนิติศาสตร์กำหนด

ระบบการศึกษา

1. เป็นการศึกษาภาคค่ำในระบบทวิภาค

2. หลักสูตรการศึกษาแบ่งเป็น 2 แผน คือ

แผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการศึกษารายวิชา และวิทยานิพนธ์

แผน ข เป็นหลักสูตรที่มีการศึกษารายวิชา และศึกษาวิชาการค้นคว้าด้วยตนเอง 6

หน่วยกิต

3. การสอบประมวลวิชา (เฉพาะแผน ข)

นักศึกษาจะสอบประมวลวิชาได้เมื่อลงทะเบียนลักษณะวิชามาแล้วอย่างน้อย 15 หน่วยกิต โดยได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และจะต้องสอบผ่านประมวลวิชาให้ผ่านภายใน 3 ครั้ง มิฉะนั้นจะถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา

4. การสอบภาษาต่างประเทศให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการสอบภาษาต่างประเทศสำหรับการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา พ.. 2539

ระยะเวลาการศึกษา

ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาต้องไม่เกิน 8 ภาคการศึกษา

จำนวนนักศึกษา

รับนักศึกษาปีละประมาณ 180 คน

จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 39 หน่วยกิต

 

 รายละเอียดเพิ่มเติม ปริญญาโท คณะนิติศ่าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

   http://www.law.tu.ac.th/

 

3) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต

จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต แบ่งออกเป็น 2 แผน คือ

แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) แผน ข (ไม่ทำวิทยานิพนธ์) ใน 5 สาขาวิชา ดังนี้

- สาขาวิชากฎหมายธุรกิจ

- สาขาวิชากฎหมายมหาชน

- สาขาวิชากฎหมายระหว่างประเทศ

- สาขาวิชากฎหมายเพื่อการพัฒนา

- สาขาวิชาบริหารงานยุติธรรม

การเรียนการสอน

จัดการเรียนการสอนเป็นภาคพิเศษ (นอกเวลาราชการ)

คุณสมบัติของผู้สมัคร

1. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

2. ไม่เคยถูกไล่ออกจากสถาบันใด ๆ เนื่องจากกระทำความผิด หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย

3. ไม่เคยต้องรับโทษจำคุกโดยพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

คุณวุฒิผู้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษา

1. สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญานิติศาสตรบัณฑิต จากสถาบันการศึกษาที่ทบวงมหาวิทยาลัยรับรอง และ

2. ได้เกียรตินิยม หรือคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 หรือ

3. มีประสบการณ์ในการประกอบวิชาชีพกฎหมายไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่สังกัด

 

รายละเอียดเพิ่มเติม ปริญญาโท คณะนิติศ่าสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

   http://www.law.ru.ac.th/

 

4) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษา

1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์จากสถาบันที่ทบวงมหาวิทยาลัยรับรอง

2. นักศึกษาสมทบ ต้องมีคุณสมบัติตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

3. คุณสมบัติอื่นๆที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด

วิธีการคัดเลือกผู้เข้าศึกษา

สอบข้อเขียน

1. ข้อสอบทั่วไป- หลักกฎหมายทั่วไป- กฎหมายเอกชน - กฎหมายมหาชน- กฎหมายอาญา

2. ข้อสอบเฉพาะหมวด

- หมวดกฎหมายเอกชน : กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

- หมวดกฎหมายมหาชน : กฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครอง

- หมวดกฎหมายอาญา : กฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

3. ภาษาอังกฤษ

สอบสัมภาษณ์

 

รายละเอียดเพิ่มเติม ปริญญาโท คณะนิติศ่าสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต

http://www.dpu.ac.th/page.php?id=33

edit @ 24 Apr 2009 22:43:15 by [P][o][N][g][i][T][a]

1. คุณสมบัติ ผู้เป็นนักศึกษาในสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาต้องเป็น

     1.1 ผู้สอบไล่ได้ปริญญาตรีทางนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยรามคำแหงขึ้นไป     

     1.2 ผู้ที่ได้ศึกษาวิชานิติศาสตร์ในสถาบันอื่นในหรือนอกประเทศไทย และสอบไล่ได้ตามมาตรฐานซึ่งคณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาเทียบให้ไม่ต่ำกว่าวิทยฐานะดังกล่าวใน ข้อ 1.1

ในทางปฏิบัติคณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาจะเทียบมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์จากสถาบันอื่นให้โดยพิจารณาจากคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่คณะกรรมการอุดมศึกษาได้รับรองมาตรฐานการศึกษาแล้ว

2. ระยะเวลาในการรับสมัคร

สมัครนักศึกษาใหม่

ภาคหนึ่ง ภายในวันที่ 20 พฤษภาคม -31 สิงหาคม 2551

ภาคสอง ภายในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 28 กุมภาพันธ์ 2552

* กรณีวันที่ 31 .. และวันที่ 28 .. เป็นวันหยุดราชการจะถือวันทำการสุดท้ายของเดือนเป็นวันสิ้นสุดการสมัครนักศึกษาใหม่*

3. ค่าธรรมเนียมในการสมัคร

     3.1 กรณีการสมัครเป็นนักศึกษาเนติบัณฑิต

- ประเภทภาคีสมาชิก 1,970.- บาท

- ประเภทวิสามัญสมาชิกหรือสมทบ 1,920.- บาท หมายเหตุ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่รวมค่าทำบัตรประจำตัวนักศึกษา(ATM-ID) 50.-บาท และค่าเปิดบัญชี 100.- บาท       3.2 นักศึกษาพ้นภาวะการศึกษา เกิน 2 ปี ต้องสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ด้วยตนเองที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา พร้อมกับเสียค่ารักษาสถานภาพ 1,000 บาท

4. หลักฐานการสมัคร

     4.1 ต้องมาสมัครด้วยตนเอง

     4.2 ใบสมัคร (ขอรับได้ที่แผนกทะเบียนนักศึกษา)

     4.3 รูปถ่ายขนาด 1"x 1" จำนวน 2 ใบ

ชาย หน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ผมสั้น แต่งกายชุดสากลนิยมสวมครุยนิติศาสตร์บัณฑิต เครื่องแบบข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

หญิง สวมครุยนิติศาสตร์บัณฑิต เครื่องแบบข้าราชการ

(รูปถ่ายต้องไม่เกิน 6 เดือนนับถึงวันสมัคร)    

     4.4 หลักฐานการสอบไล่ได้ ให้นำปริญญาบัตรระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือสถาบันการศึกษาอื่นในหรือนอกประเทศไทยที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภารับรองมาแสดง เว้นแต่ในกรณีที่ยังมิได้รับปริญญาบัตรให้นำหนังสือสำคัญซึ่งสภามหาวิทยาลัย หรือสภาวิทยาลัยอนุมัติปริญญาแล้วมาแสดง

     4.5 กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชื่อสกุล ซึ่งไม่ตรงกับชื่อสกุลที่ปรากฏอยู่ในปริญญาบัตร ต้องนำใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนชื่อสกุลมาแสดง     

     4.6 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ หรือ สำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 2 ชุด (กรณีใช้สำเนาหลักฐานบัตรข้าราชการ หรือ สำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องมีเลขประจำตัวบัตรประชาชนในสำเนาบัตรนั้นด้วย)

     4.7 สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ใบ (นำต้นฉบับมาแสดงด้วย)    

     4.8
สำเนาใบแต่งตั้งยศ 2 ใบ (ถ้ามี)

     4.9 สำเนาใบทะเบียนสมรส หรือใบทะเบียนหย่า 1 ใบ (ผู้หญิงถ้ามี)

edit @ 24 Apr 2009 22:28:22 by *o*-*o/* [P][o][N][g][i][T][a] *o*-*o/*

edit @ 24 Apr 2009 22:29:11 by *o*-*o/* [P][o][N][g][i][T][a] *o*-*o/*

edit @ 24 Apr 2009 22:44:25 by [P][o][N][g][i][T][a]